เมื่อคุณเปิดบัญชีเทรด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบการบันทึกสถานะ (Position Accounting) สองรูปแบบหลัก เพราะการเลือกนี้จะกำหนดว่าคุณจะสามารถเปิด "Lock" (การเฮดจิ้งเพื่อล็อคสถานะ), การถัวเฉลี่ยราคา หรือการเทรดในทิศทางตรงกันข้ามในตราสารเดียวกันพร้อมกันได้หรือไม่
บทความนี้จะช่วยอธิบายความแตกต่างของทั้งสองวิธีและกฎการส่งคำสั่งซื้อขายที่ LBX ครับ/ค่ะ
ระบบ Netting คืออะไร?
ระบบ Netting คือวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ในตลาดแลกเปลี่ยน หลักการง่ายๆ คือ: คุณสามารถมีสถานะที่เปิดอยู่ได้เพียงสถานะเดียวสำหรับตราสารหนึ่งๆ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น
วิธีการทำงาน: หากคุณซื้อ (Buy) EURUSD 1 ล็อต แล้วซื้อเพิ่มอีก 1 ล็อต คุณจะมีสถานะเดียวรวมเป็น 2 ล็อต แต่ถ้าคุณขาย (Sell) ออก 1 ล็อตในขณะที่มีสถานะ Buy 2 ล็อต สถานะรวมของคุณจะลดลงเหลือ 1 ล็อต หากคุณขายออก 2 ล็อต สถานะของคุณจะกลายเป็นศูนย์ (ปิดสถานะ)
ระบบ Hedging คืออะไร?
ระบบ Hedging ช่วยให้คุณสามารถถือครองสถานะได้ไม่จำกัดจำนวนสำหรับตราสารเดียวกัน รวมถึงการเปิดสถานะในทิศทางตรงกันข้าม (ซื้อและขายในเวลาเดียวกัน)
วิธีการทำงาน: คุณสามารถซื้อ EURUSD 1 ล็อต และเปิดสถานะขาย EURUSD 1 ล็อตได้ทันที ในหน้าจอเทรดของคุณจะแสดงเป็นสองรายการแยกกันชัดเจน เทคนิคนี้มักเรียกว่าการ "Locking" หรือ "Hedging" ครับ/ค่ะ
การส่งคำสั่งซื้อขายที่ LBX
ที่ LBX เรามุ่งมั่นที่จะมอบความยืดหยุ่นสูงสุดให้กับนักเทรด เซิร์ฟเวอร์ของเราใช้ระบบ Hedging เป็นค่าเริ่มต้น โปรดทราบว่าเรายังไม่มีบริการบัญชีแบบ Netting ในขณะนี้
ข้อดีของระบบ Hedging ที่ LBX:
- ความเป็นอิสระของกลยุทธ์: คุณสามารถใช้บอทเทรด (EAs) หลายตัวในตราสารเดียวกันพร้อมกันได้ โดยที่คำสั่งซื้อขายจะไม่รบกวนกัน
- การบริหารความเสี่ยงที่ยืดหยุ่น: คุณสามารถเปิดสถานะฝั่งตรงข้ามเพื่อปกป้องกำไรหรือรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ โดยไม่จำเป็นต้องปิดสถานะหลักในทันที
- การแยกบันทึกรายการ: ทุกการเทรดจะมีเลขตั๋ว (Ticket number) เวลาเปิดเทรด รวมถึงการตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit แยกเป็นของตัวเองครับ/ค่ะ
บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?
เยี่ยมเลย!
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ
ขออภัยที่เราช่วยเหลือไม่ได้!
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ
ส่งข้อเสนอแนะแล้ว
เราขอขอบคุณในความพยายามของคุณ และจะพยายามแก้ไขบทความดังกล่าว